ค้นหาซื้อ/เช่า 020 700 788

ขั้นตอนขาย

การซื้อขายบ้านนั้นไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิดเพียงแค่คุณทำความเข้าใจและศึกษารายละเอียดในกระบวนการต่างๆ ตั้งแต่เริ่มต้น(การประเมินราคาบ้าน) ไปจนถึงการการโอนบ้านอย่างเสร็จสมบูรณ์(การแลกเปลี่ยนการขาย)ซึ่งเป็นขั้นตอนที่สามารถเรียนรู้ได้โดยไม่ยากแม้กระทั่งสำหรับผู้ที่ไม่มีความรู้หรือประสบการณ์ในด้านนี้มาก่อนเพราะกระบวนการซื้อขายบ้านจะประกอบไปด้วยขั้นตอนง่ายๆ เพียงไม่กี่ขั้นตอนเท่านั้น

ศึกษาขั้นตอนง่ายๆในการขายบ้าน

  • Mespace คืออะไร?

    ความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีออนไลน์อย่างระบบอินเทอร์เน็ตคือปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางตลาด ซึ่งเราเชื่อมั่นว่ามีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมและการพัฒนากระบวนการซื้อขายบ้านเป็นอย่างมาก เพราะนอกจากจะช่วยในเรื่องของการประหยัดต้นทุนด้านการโฆษณาเมื่อเทียบกับช่องทางการออฟไลน์อื่นๆ แล้ว ยังมีระบบบันทึกสถิติการเข้าชมเพื่อให้คุณสามารถติดตามจำนวนผู้ที่สนใจซื้อบ้านของคุณได้อีกด้วย โดย Mespace จะมีหน้าที่คอยแนะนำทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับคุณ เพื่อให้คุณสามารถประหยัดและควบคุมต้นทุนในการขายบ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ    


    ในอดีตคุณอาจต้องทุ่มทุนจ้างนายหน้าระดับมืออาชีพมาทำหน้าที่เป็นตัวแทนขายบ้านให้กับคุณ แต่ในฐานะนายหน้ายุคใหม่ที่ให้บริการเป็นตัวแทนขายบ้านผ่านระบบออนไลน์ เราขอมอบพื้นที่ให้คุณควบคุมกระบวนการขายด้วยตนเอง โดยสามารถเลือกใช้บริการใดก็ได้เพื่อโปรโมทการขายบ้านของคุณ อีกทั้งยังสามารถเรียกดูผลงานผ่านแดชบอร์ดได้ทุกที่ทุกเวลา นอกจากนี้ เรายังให้บริการสนับสนุนการขายบ้านแบบครบครันเช่นเดียวกับตัวแทนขายทั่วไป แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่เหมือนกันก็คือ เราคิดค่าบริการในอัตราคงที่สำหรับทุกรายการเพื่อให้คุณสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากยิ่งขึ้น!


    คุณสามารถเลือกรูปแบบการขายบ้านได้ตามที่ต้องการผ่านบริการของเรา และเราเชื่อว่านี่คือวิถีสู่อนาคตของวงการซื้อ-ขายบ้านในเมืองไทย 

    ศึกษาเพิ่มเติม: บทบาทและค่าคอมมิชชั่นของนายหน้า


  • การประเมินราคาบ้าน

    หลายคนอาจคิดว่าการประเมินราคาบ้านนั้นจะต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญและผู้ที่มีประสบการณ์เท่านั้น ในขณะที่คนส่วนใหญ่มักคิดว่าการประเมินราคาบ้านด้วยตนเองนั้นเป็นเรื่องยาก ซึ่งในความเป็นจริงแล้วการประเมินราคาบ้านไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด โดยวิธีที่นิยมใช้กันคือ “การเปรียบเทียบ” ซึ่งวิธีนี้จะอาศัยการเปรียบเทียบราคาในตลาดของอสังหาฯอื่นๆ ที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงหรือที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันเพื่อประเมินราคาบ้านที่จะขาย  

    วิธีการประเมินราคาบ้าน


    ในฐานะผู้ขาย ต่างต้องการเสนอราคาขายสูงสุด แต่ก็ต้องเป็นราคาที่สามารถดึงดูดกลุ่มผู้ซื้อเป้าหมายได้ด้วย เพราะถ้าหากเราตั้งราคาขายสูงจนเกินไป อาจสูญเสียผู้ซื้อให้กับผู้ขายรายอื่นในบริเวณใกล้เคียงที่มีลักษณะบ้านที่คล้ายคลึงกัน แต่ถ้าหากเราเสนอขายในราคาที่ถูกจนเกินไป เราก็อาจขาดทุนแม้ว่าจะมีผู้สนใจซื้อบ้านจำนวนมากก็ตาม   


    การประเมินราคาบ้านไม่ใช่เรื่องที่ซับซ้อน เพียงแค่คุณรู้จักวิธีเปรียบเทียบราคาในตลาดอสังหาฯ ในบริเวณใกล้เคียง (อย่างน้อย 5 แห่ง) โดยคุณจะต้องศึกษาก่อนว่ามีความเหมือนหรือคล้ายคลึงกันในด้านใดบ้าง (เช่น อายุของตึก ขนาดของตึกและที่ดิน รายละเอียดของแบบ เป็นต้น) ซึ่งสามารถค้นหาข้อมูลได้จากทางอินเทอร์เน็ตโดยเข้าไปที่เว็บไซต์ประกาศขายอสังหาฯ เช่น ช่องทางของเว็บไซต์ Mespace, Hipflat, DDproperty, Dotproperty เป็นต้น

    นอกจากนี้ ควรค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับอสังหาฯ ประเภทอื่นๆ ที่อยู่ในบริเวณเดียวกันด้วย โดยควรมุ่งเน้นไปที่อสังหาริมทรัพย์ที่มีระดับราคาใกล้เคียงกับที่คุณตั้งใจจะเสนอขายบ้านของคุณ ยกตัวอย่างเช่น หากคุณคิดว่าคอนโดมิเนียมขนาด 1 ห้องนอนของคุณควรเสนอราคาขายอยู่ที่ 3,500,000 บาท แต่ในละแวกนั้นกลับมีทาวน์เฮาส์ขนาด 2 ห้องนอนที่เสนอราคาขายอยู่ที่ 3,600,000 บาท นั่นก็ย่อมหมายความว่าราคาเสนอขายของคุณนั้นไม่น่าสนใจและทำให้ขายได้ยาก      


    นอกจากการกำหนดราคาแล้ว อย่าลืมกำหนดเงื่อนไขการซื้อขายบ้านด้วย ซึ่งคุณสามารถกำหนดได้ตามต้องการเนื่องจากไม่มีกฎเกณฑ์การเงื่อนไขที่ตายตัว โดยอันดับแรกให้กำหนดเงื่อนไขการชำระเงินเสียก่อน ซึ่งโดยทั่วไปแล้วมักจะแบ่งออกเป็น 3 ครั้งด้วยกัน ครั้งที่ 1 ชำระ 5% ของราคาขายเรียกว่า      “เงินจอง” ครั้งที่ 2 ชำระ5% ตามที่ตกลงในสัญญา และครั้งที่ 3 ชำระ 90% ณ วันที่โอนกรรมสิทธิ์ นอกจากนี้ ต้องคำนึงถึงเงื่อนไขอื่นๆ ที่ควรระบุไว้ในสัญญา เช่น วันที่ชำระเงิน รวมเฟอร์นิเจอร์ทั่งหมด หรือสภาพของบ้าน เป็นต้น เงื่อนไขทั้งหมดนี้สามารถกำหนดได้ตามที่คุณต้องการและเป็นเงื่อนไขที่ผู้ซื้อสามารถขอเจรจาต่อรองได้เสมอ ฉะนั้นควรใช้เวลาคิดไตร่ตรองให้ดี  

    ในกรณีที่คุณไม่สะดวกที่จะกำหนดเงื่อนไขหรือประเมินราคาขายด้วยตนเอง เราพร้อมที่จะให้บริการคุณเสมอ เพียงเข้าไปศึกษาแพ็คเกจการให้บริการของเราได้ที่ Price Plan (แผนราคา)

    ศึกษาเพิ่มเติม: ตั้งราคาขายบ้านและคอนโดอย่างไรให้เหมาะสม


  • โปรโมทการขาย

    จากสถิติที่เปิดเผยโดย Consumer Barometer 2016 พบว่าผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตกว่า 80% นิยมใช้อินเทอร์เน็ตเป็นแหล่งค้นคว้าหาข้อมูลเป็นอันดับแรก อีกทั้งยังเป็นหนึ่งในปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของผู้บริโภคอีกด้วย นอกจากนี้ ยังพบว่าผู้ซื้อบ้านในปัจจุบันส่วนใหญ่ใหญ่มักนิยมใช้อินเทอร์เน็ตเป็นเครื่องมือในการค้นหาทางเลือกที่ดีที่สุดในตลาด และนี่ก็คือจุดเริ่มต้นที่ทำให้เราตระหนักถึงบทบาทอันสำคัญทางด้านการตลาดและการขายอสังหาริมทรัพย์ของแหล่งข้อมูลออนไลน์ โดยเป้าหมายหลักของเราก็คือการขยายการโปรโมทอสังหาริมทรัพย์ของคุณให้เป็นที่รับรู้ในตลาดอย่างกว้างขวางมากขึ้น เพื่อให้คุณสามารถขายบ้านได้เร็วยิ่งขึ้น 


    บริการของเราเพียบพร้อมไปด้วยเครื่องมือทางการตลาดที่หลากหลายเพื่อตอบสนองความต้องการด้านงบประมาณและระดับการโปรโมทบ้านของแต่ละบุคคลได้อย่างเหมาะสม 


    เทคนิคการทำการตลาด

    ในการทำการตลาดเพื่อการขายบ้านนั้นควรคำนึง 3 ประเด็นหลักด้วยกัน ซึ่งได้แก่ การสร้างการรับรู้ผ่านระบบออนไลน์ การนำเสนอบ้านอย่างมืออาชีพ และอย่ามองข้ามอิทธิพลของตลาดในท้องถิ่น  


    การขยายการรับรู้ผ่านระบบออนไลน์ 

    เนื่องจากยุคปัจจุบันมีผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตเป็นประจำทุกวันจำนวนมาก การใช้สื่อออนไลน์จึงถือว่ามีบทบาทอันสำคัญในการช่วยโปรโมทบ้านของคุณ ยิ่งคุณสามารถขยายพื้นที่การโฆษณาผ่านระบบออนไลน์ไปได้มากเท่าไร โอกาสที่คุณจะสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย(ผู้ซื้อ) ก็จะทวีคูณมากขึ้นเท่านั้น แต่สิ่งหนึ่งที่คุณควรคำนึงถึงคือเว็บไซต์แต่ละประเภทย่อมมีกลุ่มผู้ชมที่แตกต่างกัน ดังนั้นเพื่อให้แน่ใจว่าคุณจะไม่พลาดกลุ่มเป้าหมาย(ผู้ซื้อ) คุณอาจจำเป็นต้องลิสต์รายชื่อเว็บไซต์ที่มีผู้ชมเป็นอันดับต้นๆออกมา ซึ่งหากคุณเลือกใช้บริการของเรา รับประกันได้เลยว่าโฆษณาของคุณจะไปปรากฏอยู่บนหน้าเว็บไซต์ยอดนิยมอย่าง DDproperty, Hipflat, Dotproperty, Thailand-property, TerraBKK อย่างแน่นอน 


    วิธีการนำเสนออย่างมืออาชีพ

    เนื่องจากตลาดในยุคปัจจุบันได้มีการพัฒนาไปอย่างมากในขณะที่ผู้บริโภคก็มีทางเลือกที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น เราจึงเชื่อมั่นว่าการสร้างความประทับใจครั้งแรกคือกุญแจสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาที่คุณต้องการโปรโมทบ้านที่จะขาย โดยโฆษณาการขายบ้านของคุณควรมีความน่าสนใจและสามารถดึงดูดผู้เข้าชมตั้งแต่ครั้งแรก ไม่เช่นนั้นบ้านของคุณก็จะถูกมองข้ามไปแม้ว่าในความเป็นจริงบ้านของคุณจะดูดีกว่าในภาพที่ลงโฆษณาก็ตาม แล้วเราจะต้องทำอย่างไรเพื่อดึงดูดความสนใจของผู้ซื้อล่ะ? คำตอบก็คือ: การสร้างความประทับใจด้วยการใส่ทุกรายละเอียดที่โดดเด่นที่คุณมี  



    ผู้ขายที่ไม่แสดงรายละเอียดแบบแปลนของบ้านและเลือกใช้ภาพถ่ายที่ไม่มีความเป็นมืออาชีพ โดยเฉพาะภาพที่ถ่ายด้วยอุปกรณ์สมาร์ทโฟน ย่อมมีแนวโน้มที่จะพลาดกลุ่มผู้ซื้อรายสำคัญ ดังนั้น การลงทุนเพื่อให้ได้ภาพถ่ายที่สวยงามและมีความเป็นมืออาชีพจึงถือเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม การประดับตกแต่งฉากให้สวยงาม ตลอดจนการปรับแต่งแสงสีและการจัดเฟอร์นิเจอร์อย่างมีลูกเล่น ยังเป็นอีกเทคนิคหนึ่งที่ควรนำไปพิจารณาเพื่อทำให้ประกาศของคุณดูมีความน่าสนใจยิ่งขึ้น นอกจากนั้นจากสถิติในหลายประเทศ พบว่า ผู้ชมมักใช้เวลาในการดูประกาศขายบ้านที่มีการแสดงรายละเอียดแบบแปลนบ้านนานกว่าประกาศที่ไม่มีอยู่มากเนื่องจากสามารถมองเห็นภาพได้ชัดเจนยิ่งขึ้น 

    ซึ่ง Mespace มีทีมงานผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมให้บริการภาพถ่ายแบบมืออาชีพ ตลอดจนทำแบบแปลนบ้านที่แสดงทุกรายละเอียดภายในบ้านของคุณ เมื่อเสร็จสิ้นขั้นตอนนี้แล้ว คุณก็พร้อมที่จะเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับบ้านของคุณ โดยคุณควรที่จะระบุถึงจุดเด่นต่างๆ เพื่อโน้มน้าวให้ผู้ซื้อเกิดความต้องการอยากซื้อบ้านของคุณ แต่ถ้าหากคุณมีปัญหาหรือต้องการความช่วยเหลือในด้านนี้ เราก็พร้อมที่จะให้คำปรึกษาเช่นกัน    

    ศึกษาเพิ่มเติม: เคล็ดลับการถ่ายภาพบ้านยังไงให้ขายได้ไวๆ



    อย่ามองข้ามอิทธิพลของตลาดในท้องถิ่นและโบรชัวร์การขายบ้าน 

    กลุ่มประชากรที่อาศัยอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกับตำแหน่งที่ตั้งของบ้านที่จะขายคือกลุ่มผู้ซื้อที่คุณควรมุ่งเน้นเป็นหลักเช่นกัน เพราะโดยปกติแล้วคนเรามักไม่นิยมย้ายที่อยู่อาศัยไปไกลจากตำแหน่งที่ตั้งเดิมมากนัก การติดป้ายประกาศขายบ้านก็เป็นอีกวิธีการหนึ่งที่จะช่วยโปรโมทการขายบ้านให้กับผู้ซื้อกลุ่มดังกล่าว   


    นอกจากนี้ ผู้ซื้อบ้านส่วนใหญ่มักต้องการเอกสารหรือโบรชัวร์ติดไม้ติดมือกลับไปพิจารณาที่บ้านหลังจากที่ได้เข้าไปเยี่ยมชมบ้านที่ประกาศขาย เพราะทำให้ง่ายต่อการจดจำข้อมูลที่สำคัญต่างๆ ฉะนั้นการจัดเตรียมเอกสารเพื่อแจกให้กับผู้ที่แวะเข้ามาเยี่ยมชมบ้านย่อมช่วยให้บ้านของคุณเป็นที่จดจำได้ง่ายยิ่งขึ้น  


    แต่ถ้าหากคุณต้องการความช่วยเหลือใดๆ เรามีบริการที่พร้อมตอบสนองความต้องการในด้านนี้ด้วยเช่นกัน ซึ่งป้ายประกาศขายของเราจะมีหมายเลข ID เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ซื้อในการค้นหาข้อมูลและติดต่อกลับผ่านทางเว็บไซต์ของเรา ในขณะที่โบรชัวร์ที่เราจัดทำขึ้นนั้นจะมีการออกแบบและจัดพิมพ์อย่างมืออาชีพโดยมีเป้าหมายเพื่อดึงดูดความสนใจของผู้ซื้อเป็นสำคัญ 


    เพียงคุณลองปฏิบัติตามขั้นตอนที่กล่าวมาข้างต้น คุณก็จะพบว่าการโปรโมทหรือการโฆษณาขายบ้านนั้นไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่หลายคนคิดอีกต่อไป 


    ศึกษาเพิ่มเติม : เคล็ดลับง่ายๆ วิธีขายบ้านได้เร็ว


  • การเยี่ยมชมบ้าน

    เพราะเราเชื่อว่าไม่มีใครรู้จักบ้านคุณได้ดีกว่าตัวคุณ ดังนั้นผู้ที่เหมาะที่จะนำพาผู้ซื้อเยี่ยมชมบ้านมากที่สุดก็คือคุณนั่นเอง โดยคุณจะต้องหาวิธีจัดลำดับการเยี่ยมชมบ้านของกลุ่มผู้สนใจ ซึ่งแดชบอร์ดของเราสามารถตอบสนองทุกโจทย์ความต้องการด้วยการให้คุณบริหารจัดการการเยี่ยมชมด้วยตนเอง โดยสามารถอนุญาตให้มีจำนวนผู้เข้าชมมากเท่าไรก็ได้ ตลอดจนจัดระเบียบตารางการเข้าชมผ่านระบบออนไลน์ที่เราคิดค้นขึ้นมาเพื่อให้ง่ายต่อการใช้งานและอำนวยความสะดวกแก่ผู้ขาย 


    ระบบทำงานอย่างไร

    เมื่อใดก็ตามที่มีผู้ต้องการขอเยี่ยมชมบ้านของคุณ ระบบของเราจะแจ้งช่วงวันที่ที่ผู้สนใจเลือกให้คุณทราบในทันที จากนั้นคุณจึงเลือกวันที่ที่คุณสะดวกให้เข้าเยี่ยมชมบ้าน ระบบจะทำการยืนยันวันที่การเข้าเยี่ยมชมอีกครั้งและอัพโหลดลงในตารางปฏิทินของคุณในแดชบอร์ด  


    หลังจากที่ระบบทำการยืนยันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว คุณจะได้รับอีเมล์แจ้งรายละเอียดเกี่ยวกับการขอเข้าเยี่ยมชมบ้าน รวมทั้งข้อมูลการติดต่อของผู้ซื้อที่สนใจ


    ควรเตรียมตัวอย่างไรบ้าง?

    การนำเสนอบ้านในระหว่างที่ผู้ซื้อกำลังเยี่ยมชมอยู่นั้นถือเป็นศิลปะอย่างหนึ่ง โดยควรมีการเตรียมความพร้อมทั้งตัวบ้านและตัวคุณเพื่อให้การแนะนำบ้านเป็นไปอย่างราบรื่นและน่าประทับใจ

     

    โดยอันดับแรก คุณควรเตรียมตัวและจัดเตรียมเอกสารประกอบการแนะนำบ้านให้พร้อม เช่น รายละเอียดเกี่ยวกับบ้าน เป็นต้น นอกจากนี้ คุณควรเตรียมพร้อมที่จะตอบคำถามผู้ซื้อเกี่ยวกับตัวบ้าน ซึ่งที่จริงแล้วข้อมูลเหล่านี้อาจปรากฏอยู่ในโฆษณาแล้วด้วยซ้ำ เพียงแต่คุณอาจจะต้องตอบซ้ำเท่านั้นเอง ตัวอย่างคำถามที่ผู้ซื้ออาจซักถามมีดังนี้ 

    1.ขนาดบ้านเท่าไร? ขนาดที่ดินเท่าไร?

    2.วัสดุหลักของบ้านมีอะไรบ้าง? (เช่น พื้นแกรนิตโต้และพื้นไม้ลามิเนต เป็นต้น)

    3.ความสูงของแต่ละชั้น? ความสูงจากพื้นถึงฝ้า (floor to ceiling)

    4.ภายในบริเวณรอบบ้านมีสิ่งอำนวยความสะดวกอะไรบ้าง?

    5.คำแนะนำด้านการเดินทาง ?


    ขั้นตอนถัดไปคือการจัดเตรียมสถานที่ให้พร้อม โดยขั้นตอนนี้ถือเป็นขั้นตอนที่สำคัญอย่างยิ่ง เพราะทันทีที่ผู้ซื้อก้าวเข้ามาในบ้านของคุณ เขาก็จะเริ่มประเมินความประทับใจโดยอัตโนมัติ ฉะนั้นการทำความสะอาดบ้านให้ดูดีเรียบร้อยทั้งภายในและภายนอก ตลอดจนการจัดเฟอร์นิเจอร์เพื่อให้สะดวกต่อการเดิน การซ่อมแซมส่วนที่ชำรุดเสียหาย เช่น หลอดไฟที่ขาดแล้ว ล้วนเป็นสิ่งที่ควรต้องคำนึงถึง โดยให้ลองนึกภาพดูว่าหากคุณเป็นผู้ซื้อ คุณจะมีความคาดหวังอย่างไรบ้าง คุณอยากเห็นอะไรและไม่อยากเห็นอะไร เป็นต้น    


    สุดท้ายนี้ เราอยากให้คุณจำให้ขึ้นใจอยู่เสมอว่าผู้ซื้อย่อมต้องการได้รับการต้อนรับที่ดี ดังนั้นการให้บริการอย่างอบอุ่นย่อมสามารถสร้างความประทับใจให้กับผู้ซื้อและทำให้บ้านของคุณเป็นที่น่าจดจำยิ่งขึ้น ทั้งนี้ เราไม่แนะนำให้ผู้ขายสร้างบรรยากาศที่ไม่เป็นมิตรต่อผู้ซื้อ ฉะนั้นหากคุณไม่สะดวกหรือไม่ต้องการเป็นผู้แนะนำบ้านในระหว่างการเยี่ยมชม กรุณาแจ้งให้เราทราบเพื่อที่เราจะได้ดำเนินการแนะนำบ้านแทนคุณ


  • รับความเห็นจากผู้เยี่ยมชม

    มีความสำคัญอย่างไร?

    ความคิดเห็นของผู้ซื้อหลังจากที่ได้เยี่ยมชมบ้านนั้นถือเป็นปัจจัยที่สำคัญ เพราะจะช่วยให้คุณรู้ได้ว่าผู้ซื้อคิดเห็นอย่างไรกับบ้านของคุณ โดยปกติแล้วโอกาสที่ผู้ซื้อจะตอบตกลงซื้อบ้านหลังจากที่เข้าเยี่ยมชมครั้งแรกนั้นเกิดขึ้นไม่บ่อยนัก เพราะการขายบ้านได้สำเร็จนั้นย่อมต้องอาศัยหลากหลายปัจจัย ซึ่งนั่นรวมถึง กลยุทธ์การขายและการจัดเตรียมสถานที่ให้พร้อมเพื่อให้สามารถดึงดูดความสนใจของผู้ซื้อในตลาด ปัจจัยเหล่านี้อาจมีการปรับเปลี่ยนได้ตลอดระยะเวลาของการขายโดยเฉพาะกลยุทธ์การขาย ซึ่งความเห็นจากผู้ซื้อสามารถนำมาใช้เป็นแนวทางในการกำหนดทิศทางกลยุทธ์ดังกล่าวเพื่อที่คุณจะได้สามารถขายบ้านได้ไวขึ้น    


    การได้รู้ว่าผู้ซื้อมีความคิดเห็นอย่างไรนั้นถือเป็นสิ่งที่สำคัญ เพราะจะทำให้รู้ว่าคุณมาเดินมาถูกทางแล้วหรือไม่ ตลอดจนมีส่วนใดที่ควรปรับปรุง โดยสิ่งที่คุณควรคำนึงถึงเป็นสำคัญคือการส่งเสริมจุดแข็งด้านการขายและปรับปรุงจุดอ่อน หากผู้ซื้อได้มีการติติงเกี่ยวกับสภาพครัวที่ชำรุด เราขอแนะนำให้คุณลงทุนสักเล็กน้อยในการซ่อมแซมส่วนที่ชำรุดดังกล่าว เพื่อยกระดับความประทับใจโดยรวมที่อาจดีเกินความคาดหมาย ซึ่งในกรณีนี้คุณสามารถปรับขึ้นราคาเสนอขายเพื่อให้ครอบคลุมต้นทุนที่สูงขึ้นหรือไม่ก็ปรับลดราคาลงโดยคำนึงถึงสภาพครัวที่ชำรุด        


    ทำอย่างไรถึงจะได้รับความเห็นจากผู้ซื้อ?

    หากคุณต้องการรับรู้ความเห็นของผู้ซื้อ ลองสังเกตกิริยาท่าทางของผู้ซื้อในระหว่างที่กำลังเยี่ยมชมบ้าน และลองซักถามความเห็นของผู้ซื้อหลังจากที่เสร็จสิ้นการเยี่ยมชม เราขอแนะนำให้คุณลองใช้เวลานั่งพิจารณาคำถามที่คุณต้องการจะซักถามผู้ซื้อ โดยแนะนำให้ใช้คำถามที่ตรงไปตรงมาและตอบได้ไม่ยาก ที่สำคัญคือควรเป็นคำถามที่เข้าใจง่าย สมเหตุสมผล และเอื้อต่อการวิเคราะห์การขายของคุณ  


    แต่ถ้าหากคุณต้องการความเห็นที่ตรงไปตรงมาจากผู้ซื้อจริงๆ คุณอาจจำเป็นต้องอาศัยบุคคลที่สามในการซักถามความเห็นของผู้ซื้อ เพราะด้วยธรรมชาติของคนไทยที่มักเกรงใจผู้อื่น จึงอาจทำให้ผู้ขายไม่ได้รับคำตอบที่มาจากใจของผู้ซื้อจริงๆ นอกจากนี้ ผู้ซื้ออาจจำเป็นต้องใช้เวลาสักเล็กน้อยในการประมวลข้อมูลเพื่อสรุปความประทับใจหลังจากที่ได้เยี่ยมชมบ้าน    


    ทั้งนี้ Mespace สามารถให้บริการสอบถามความเห็นของผู้ซื้อแทนคุณ ซึ่งหากคุณต้องการ เราก็ยินดีที่จะดำเนินการติดต่อผู้ซื้อหลังจากเสร็จสิ้นขั้นตอนการเยี่ยมชมบ้าน เพื่อซักถามความเห็นเกี่ยวกับบ้านของคุณ โดยเราจะรวบรวมข้อมูลทั้งหมดแล้วนำไปอัพโหลดลงในแดชบอร์ดของคุณ เพื่อที่คุณจะได้รู้ว่าควรจะปรับปรุงแก้ไขอย่างไรหากมีผู้ซื้อรายอื่นมาขอเยี่ยมชมบ้านในครั้งถัดไป  


    ตัวอย่างคำถามที่เราจะถามแทนคุณมีดังนี้


    1. โดยรวมแล้วคุณรู้สึกประทับใจอะไรบ้างในบ้านหลังนี้?

    2. คุณคิดว่าบ้านหลังนี้มีความเหมือนหรือความต่างจากบ้านหลังอื่นๆ ที่คุณกำลังพิจารณาอย่างไรบ้าง?

    3. คุณชอบอะไรมากที่สุดเกี่ยวกับบ้านหลังนี้?

    4. คุณไม่ชอบอะไรเกี่ยวกับบ้านหลังนี้?

    5. คุณคิดอย่างไรกับราคาที่เสนอขาย?

    6. ถ้าคุณตัดสินใจจะซื้อวันนี้ คุณยอมจ่ายที่ราคาเท่าไหร่?

  • การบริหารข้อเสนอ

    การได้รับข้อเสนอถือเป็นช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้นสำหรับผู้ขาย แต่ระวังอย่าให้ความตื่นเต้นทำให้คุณลืมผลตอบแทนที่คุณได้ตั้งใจเอาไว้ตั้งแต่เริ่มต้น เพราะการต่อรองราคาระหว่างคุณกับผู้ซื้ออาจจำเป็นต้องอาศัยทักษะเช่นกัน   


    เพราะคุณเพียงคนเดียวเท่านั้นที่จะประเมินได้ว่าข้อเสนอที่ได้รับมานั้นยอมรับได้หรือไม่ได้ แต่ก่อนที่คุณจะตัดสินใจทำอะไรก็ตาม เราขอแนะนำให้คุณศึกษาทำความเข้าใจเกี่ยวกับองค์ประกอบข้อเสนอที่ควรคำนึงถึง  


    องค์ประกอบข้อเสนอ

    −ราคา : คุณควรรู้ว่าระดับราคาต่ำสุดที่สามารถต่อรองได้อยู่ที่ระดับใด โดยเราแนะนำว่าราคาตกลงสุดท้ายไม่ควรที่จะแตกต่างจากราคาเสนอขายมากนัก ฉะนั้นคุณควรกำหนดราคาขายให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมตั้งแต่ต้น    

    −เงื่อนไขการชำระเงิน: กรณีในประเทศไทยเงื่อนไขการชำระเงินมักเป็นไปตามการเจรจาต่อรองระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขาย สำหรับบ้านมือสอง ขั้นตอนการชำระเงินโดยทั่วไปมักจะแบ่งออกเป็น 3 งวดด้วยกัน ได้แก่ การชำระค่ามัดจำ ชำระเงินเมื่อทำสัญญาและการชำระเงินงวดสุดท้าย การชำระเงินอาจมีมากกว่า 3 ครั้งในกรณีที่ยังไม่มีการโอนกรรมสิทธิ์บ้านจากโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ (ซึ่งจำเป็นต้องมีการชำระเงินดาวน์) สำหรับอัตราการชำระเงินนั้นจะขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้ขายและการเจรจาต่อรองระหว่างคู่สัญญาทั้งสองฝ่ายเป็นหลัก  (ส่วนใหญ่ จอง+สัญญา = 10% โอนกรรมสิทธิ์ = 90%)


    หมายเหตุ: คุณควรตรวจสอบเงื่อนไขข้อตกลงเกี่ยวกับการชำระเงินสองงวดแรกให้ถี่ถ้วน (ค่ามัดจำและค่าทำสัญญา) เนื่องจากอาจมีบางกรณีที่ผู้ซื้อเกิดปัญหาหรือเหตุขัดข้องจนไม่ดำเนินการต่อไปยังขั้นตอนการโอนกรรมสิทธิ์ได้ เช่น ขอกู้ยืมเงินจากธนาคารไม่ผ่าน เป็นต้น   


    −กำหนดเวลา : โดยปกติค่ามัดจำจะชำระในวันที่คุณตอบรับข้อเสนอ ส่วนการชำระเงินทำสัญญาจะชำระภายใน 7-14 วันหลังจากที่มีการชำระค่ามัดจำเป็นที่เรียบร้อยแล้ว (ทั้งนี้ อาจจะเป็นวันเดียวกันกับที่มีการชำระค่ามัดจำ) และการชำระงวดสุดท้าย(โอนกรรมสิทธิ์)เมื่อคู่สัญญาทั้งสองฝ่ายและธนาคาร (ที่ผู้ซื้อกู้ยืม) พร้อมที่จะดำเนินการ (สามารถกำหนดระยะเวลาได้ เช่น ภายในเดือนสิงคาคม เป็นต้น)


    −ข้อตกลงอื่นๆ: ขึ้นอยู่กับการตกลงเจรจาระหว่างคุณกับผู้ซื้อ ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วจะเป็นการระบุรายละเอียดว่าราคาขายดังกล่าวนั้นครอบคลุมถึงอะไรบ้าง เช่น เฟอร์นิเจอร์ และอาจรวมถึงการส่งเสริมการขาย เช่น การจัดสรรค่าธรรมเนียมการดำเนินการ เป็นต้น   


    องค์ประกอบเหล่านี้ถือเป็นองค์ประกอบพื้นฐานเท่านั้นที่คุณควรคำนึงถึงเมื่อได้รับข้อเสนอ เพราะอาจมีอีกหลายปัจจัยอื่นเพิ่มเติมซึ่งย่อมขึ้นอยู่กับการตกลงเจรจาระหว่างคุณกับผู้ซื้อ  


    ศึกษาเพิ่มเติม: เจาะองค์ประกอบข้อเสนอสำหรับการขายบ้านมือสอง


    หมายเหตุ: เราขอแนะนำให้คุณกำหนดองค์ประกอบพื้นฐานเหล่านี้ให้ชัดเจนตั้งแต่เริ่มต้น (เมื่อตั้งราคาบ้าน) เพื่อนำไปใช้เป็นบรรทัดฐานในระหว่างการเจรจาต่อรอง


    การเจรจาต่อรองข้อเสนอ

    หลังจากที่คุณได้รับข้อเสนอ สิ่งแรกที่คุณควรทำก็คือชั่งใจดูว่าคุณพึงพอใจในข้อเสนอดังกล่าวมากน้อยเพียงใด ในกรณีที่คุณได้รับมากกว่าหนึ่งข้อเสนอ เราแนะนำให้คุณเริ่มต้นพิจารณาจากสถานการณ์ซื้อ โดยให้ดูว่าผู้ซื้อพึ่งพาเงินกู้จากธนาคารหรือเงินในกระเป๋าของตนเอง และผู้ซื้อยอมที่จะวางเงินจำนวนเท่าไรในเบื้องต้นก่อนที่จะมีการโอนกรรมสิทธิ์ ประเด็นเหล่านี้คือสิ่งที่คุณควรนำมาพิจารณาเพื่อเปรียบเทียบดูว่าข้อเสนอใดน่าสนใจกว่ากัน   

     

    ทั้งนี้ คุณจะเกิดอาการไขว้เขวและสับสนได้ง่ายในกรณีที่ได้รับข้อเสนอมากกว่าหนึ่ง แต่คุณสามารถลืมปัญหานี้ไปได้เลย เพราะแดชบอร์ดของเราจะช่วยคุณบริหารจัดการข้อเสนอต่างๆ อย่างเป็นระเบียบแบบแผน ตลอดจนมีการอัพโหลดทุกรายละเอียดสำคัญของแต่ละข้อเสนอเพื่ออำนวยความสะดวกในการเปรียบเทียบหรือใช้เป็นข้อมูลอ้างอิง  


    หลังจากที่คุณได้ตอบรับข้อเสนอแล้ว สิ่งที่คุณจะต้องทำต่อไปก็คือการติดตามการปฏิบัติตามเงื่อนไขข้อตกลงที่คุณได้กำหนดไว้ในสัญญา ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วจะเป็นการประสารงานระหว่างผู้ซื้อและธนาคารในการจัดทำเอกสารเกี่ยวกับการขายก่อนที่จะครบกำหนดวันโอนกรรมสิทธิ์ 


    Mespace ในฐานะตัวแทนในการเจรจาต่อรองให้กับคุณ


    Mespace พร้อมให้บริการและคำปรึกษาในทุกๆ ด้านเพื่อให้การขายบ้านของคุณประสบความสำเร็จ   เราพร้อมให้ความช่วยเหลือคุณในการรับมือกับข้อเสนอต่างๆ ตลอดจนให้ข้อมูลอย่างละเอียดภายใต้ค่าบริการที่เป็นกันเอง หากคุณสนใจใช้บริการของเรา Mespace มีทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านการเจรจาต่อรองที่พร้อมให้ความช่วยเหลือเพื่อให้การบริหารจัดการข้อเสนอของคุณดำเนินไปอย่างราบรื่น ลองตรวจสอบแพ็คเกจการให้บริการของเราได้ที่ Price Plan (แผนราคา) 

  • ดำเนินและสำเร็จการขาย


    เมื่อคุณตอบตกลงที่จะขายบ้านให้กับผู้ซื้อเรียบร้อยแล้ว  นั้นเป็นแค่เพียงจุดเริ่มต้นเพราะยังมีอีกหลายขั้นตอนต่างๆที่คุณควรรู้หลังจากที่เริ่มมีการซื้อ – ขาย แต่อย่าเพิ่งตกใจ มันไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่หลายคนคิด เพียงคุณทำความเข้าใจศึกษารายละเอียดกระบวนต่างๆ ซึ่งที่จริงแล้วมันเป็นเรื่องตรงไปตรงมาเข้าใจง่าย แม้ผู้ที่ไม่มีประสบการณ์ด้านนี้มาก่อนก็สามารถเรียนรู้ได้โดยไม่ยาก ซึ่งขั้นตอนการซื้อ – ขายบ้านตั้งแต่เริ่มต้นจนไปถึงการโอนบ้านอย่างเสร็จสมบูรณ์แล้วนั้น หลักๆแล้ว แบ่งออกเป็น 3 ขั้นตอน ได้แก่ การจอง การทำสัญญา  การโอนกรรมสิทธิ์


    การจองและวางมัดจำ

    ทันทีที่มีการตกลงระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขาย คุณ (ผู้ขาย) จำเป็นต้องทำการสรุปข้อตกลงหลักเป็นลายลักษณ์อักษร เรียกว่า “ใบจอง” เพื่อปกป้องสิทธิข้อตกลงของทั้งสองฝ่ายก่อนที่จะทำสัญญา ซึ่งใบจองนั้นจะไม่มีแบบฟอร์มตายตัว แต่หลักๆแล้วหัวข้อที่ควรระบุไว้ในใบจอง จะต้องมีดังนี้

    −ชื่อ – นามสกุล ที่อยู่ตามบัตรประชาชนและเบอร์ติดต่อของผู้ซื้อและผู้ขาย

    −ที่อยู่ของอสังหาริมทรัพย์ที่จะทำการซื้อ – ขาย พร้อมรายละเอียดต่างๆ เช่น คุณลักษณะ,เนื้อที่ของที่ดิน บ้าน หรือคอนโด

    −ราคาที่ตกลงจะซื้อขาย และจำนวนเงินจอง

    −ข้อกำหนดเรื่องระยะเวลาในการทำสัญญา,ข้อตกลงในการซื้อขาย โดยลงนามในใบจองทั้งสองฝ่าย

    −ข้อตกลงที่เกี่ยวกับการซื้อขายอื่นๆ อาทิเช่น ของที่มากับตัวบ้าน เฟอร์นิเจอร์  หรือขายตามสภาพ


    เมื่อทำการจองอย่างเสร็จสมบูรณ์และชำระเงินจองเรียบร้อยแล้ว คุณ (ผู้ขาย) จะไม่สามารถขายอสังหาฯ ดังกล่าว ให้กับผู้อื่นได้อีกในระยะเวลาตามที่กำหนดไว้ในใบจอง 

    ดาวน์โหลด : สัญญาจอง

    ศึกษาเพิ่มเติม: ซื้อ-ขาย อสังหาริมทรัพย์ สัญญา 3 ฉบับที่ควรรู้ 




    การทำสัญญาจะซื้อจะขาย

    การทำสัญญานี้จะทำหลังการจองไม่นานนัก ซึ่งปกติจะกำหนดระยะเวลาการทำสัญญาภายในสองสัปดาห์ นับจากวันที่จอง เพื่อให้ผู้ที่จะซื้อได้นำสัญญานั้นไปทำการกู้สินเชื่อกับสถาบันการเงินต่างๆ  

    โดยทั่วไปแล้วจะกำหนดระยะเวลาให้คู่สัญญาทำสัญญาซื้อขาย โอนกรรมสิทธิ์ พร้อมทั้งชำระเงินในส่วนที่เหลือจากมัดจำ และค่าทำสัญญา จะไม่เกิน 3 เดือนนับจากการทำสัญญาจะซื้อจะขาย ซึ่งผู้ซื้อต้องติดต่อสถาบันการเงิน เพื่อจัดหาสินเชื่อต่างๆให้เรียบร้อยภายในระยะเวลาที่กำหนด 

    ศึกษาเพิ่มเติม: เจาะลึก “สัญญาจะซื้อจะขาย” อสังหาริมทรัพย์

    ดาวน์โหลด : สัญญาจะซื้อจะขาย(ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง)

    ดาวน์โหลด : สัญญาจะซื้อจะขาย(ห้องชุด)

    การโอนกรรมสิทธิ์ (ทำสัญญาซื้อขาย)

    มาถึงขั้นตอนสุดท้าย ก่อนที่จะทำการซื้อ – ขาย อย่างเสร็จสมบูรณ์ นั้นคือการการโอนกรรมสิทธิ์ เมื่อผ่านขั้นตอนนี้แล้วผู้ซื้อจะกลายเป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินอย่างเต็มตัว ซึ่งขั้นตอนนี้ ค่อนข้างมีรายละเอียดที่มากหน่อย แต่ก็ไม่ยากจนเกินไปหากเราทำความเข้าใจและเตรียมเอกสารไว้ครบถ้วนแล้ว ซึ่งก่อนที่จะไปสู่ขั้นตอนการเตรียมเอกสารและทราบรายละเอียดเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในการโอนนั้น ควรจะต้องมีการตรวจทรัพย์สินที่จะซื้อขาย (ตรวจรับมอบ)  โดยเช็คสภาพก่อนโอน ว่ามีสภาพสมบูรณ์ครบถ้วน เรียบร้อยดีไหม ขนาดที่ดิน พื้นที่ใช้สอยตรงตามที่ได้ตกลงกันไว้รึป่าว  เมื่อตรวจสอบบ้านเรียบร้อยแล้ว จะมีการเซ็นรับมอบบ้าน และดำเนินการตามขั้นตอนการโอนกรรมสิทธิ์ต่อไป

    ค่าใช้จ่ายในการโอนบ้านมีอะไรบ้าง..?

    ในส่วนของค่าใช้จ่ายต่างๆที่ใช้ในการโอน  ควรตรวจสอบถึงสัญญา ข้อตกลงต่างๆในการซื้อ – ขาย ให้ชัดเจนก่อนว่า ใครเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการโอนกรรมสิทธิ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีซื้อบ้านมือสอง ควรมีการคุยกันถึงข้อตกลงส่วนนี้ตั้งแต่ครั้งแรกก่อนทำสัญญา โดยค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายในการโอนบ้าน

    ศึกษาเพิ่มเติม: เจาะลึก! ค่าใช้จ่ายในวันโอนกรรมสิทธิ์แบบละเอียด

    สิ่งที่ควรรู้ก่อนวันโอนกรรมสิทธิ์..?

    ก่อนวันโอนกรรมสิทธิ์นอกจากการเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนแล้ว อีกหนึ่งขั้นตอนที่สำคัญและควรคำนึงถึงคือ “การคำนวณค่าใช้จ่าย” ที่เราจะต้องเตรียมไปในวันโอน  โดยปกติ ขั้นตอนเหล่านี้ไม่มีอะไรมาก เพียงคุณเตรียมนำสำเนาโฉนด สำเนาบัตรปปช. และสำเนาทะเบียนบ้าน  ไปยังกรมที่ดิน เพื่อให้เจ้าหน้าที่คำนวณค่าใช้จ่ายคร่าวๆที่จะใช้ในวันโอนกรรมสิทธิ์  โดยในขั้นตอนนี้คุณยังสามารถขอหนังสือรับรองราคาประเมินโฉนดที่ดิน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเอกสารที่จะต้องเตรียมใช้ในวันโอนอีกด้วย

    เอกสารที่ผู้ขายต้องเตรียมใช้ในวันโอนมีอะไรบ้าง..?

    หากคุณมีการเตรียมพร้อมในส่วนของเอกสารที่จะใช้ในวันโอน อย่างถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์แล้ว เรื่องการโอนกรรมสิทธิ์ทรัพย์สินที่มีการซื้อ – ขาย ก็จะไม่ยุ่งยากอีกต่อไป ซึ่งบ้านมือสอง จะมีการแบ่งผู้ขายแยกเป็น  2 ประเภท (ไม่รวมกรณีนิติบุคคล) ได้แก่ 1.เอกสารประกอบการโอนกรรมสิทธิ์สำหรับบุคคลธรรมดา (ไทย)   2.เอกสารประกอบการโอนกรรมสิทธ์ สำหรับบุคคลธรรมดา (ต่างด้าว)  

    ศึกษาเพิ่มเติม: ผู้ขายเตรียมเอกสารอะไรบ้างในวันโอนกรรมสิทธิ์

    ศึกษาเพิ่มเติม: ขั้นตอนดำเนินการในวันโอนกรรมสิทธิ์


    เพียงเท่านี้ก็เสร็จสิ้นขั้นตอนดำเนินการซื้อ – ขาย อสังหาริมทรัพย์ ซึ่งไม่ใช่เรื่องยากเกินความสามารถของคุณเลย แม้คุณจะไม่เคยมีความรู้หรือประสบการณ์ทางด้านนี้มาก่อน ขอเพียงแค่คุณทำความเข้าใจและเตรียมเอกสารให้พร้อมเท่านั้นเอง 


    หากคุณยังกังวลใจในเรื่องของขั้นตอนการซื้อ – ขายต่างๆอยู่อีกล่ะก็ ทาง Mespace เราพร้อมให้คำปรึกษาและการช่วยเหลือที่ดีจากทีมงานมืออาชีพ ที่จะพร้อมเคียงข้างคุณไปทุกๆขั้นตอนการดำเนินงานจนคุณสามารถขายอสังหาฯ ได้สำเร็จ