ค้นหาซื้อ/เช่า 098 787 9265
Back to Advice

บทบาทและค่าคอมมิชชั่นของนายหน้า


 

                สำหรับบางคนที่จะขายบ้านและยังลังเลว่าจะใช้บริการนายหน้าดีไหม อาจเป็นเพราะยังไม่แน่ใจว่า นายหน้ารายไหนจะเหมาะสมกับบ้านของคุณ หรือไม่ชัวร์ว่านายหน้ารายนั้นจะทำอะไรให้คุณบ้าง จะคุ้มมั๊ย? ถ้าเจอนายหน้าที่ดีก็อาจจะทำให้ขายบ้านได้เร็ว แต่ในทางกลับกันก็อาจจะเสียเวลาหากเจอนายหน้าที่ไม่เหมาะสมกับบ้านของคุณ เรามาศึกษาบทบาทของนายหน้ากันดีกว่าว่ามีอะไรบ้าง

 

1.ช่วยประเมินและตั้งราคาขายที่เหมาะสม

                ทำได้โดยการเปรียบเทียบอสังหาฯ ที่มีลักษณะใกล้เคียงกันมากที่สุดอย่างน้อย 5 อสังหาฯ โดยเปรียบเทียบราคาตลาดและข้อดี-ข้อด้อยของอสังหาฯนั้น กับอสังหาฯที่จะทำการตั้งราคา เท่านี้ก็จะได้ตัวเลขที่เหมาะสมมาตั้งราคาขายอสังหาริมทรัพย์ได้แล้ว

 

ศึกษาเพิ่มเติมตั้งราคาขายบ้านและคอนโดอย่างไรให้เหมาะสม

ศึกษาเพิ่มเติมวิเคราะห์ค่าเสื่อมราคาของอสังหาฯก่อนปล่อยขาย

 

2.วางแผนการตลาดให้อสังหาริมทรัพย์

ในปัจจุบันการทำการตลาดให้กับอสังหาฯ จะมีอยู่ 2 ประเภทหลักๆ คือ

  • การตลาดแบบออนไลน์  (online marketing)

หลายคนคงคุ้นเคยกันดีกับการทำการตลาดแบบออนไลน์ นั้นคือการลงประกาศขายตามเว็บไซต์ประกาศขาย โดยกำลังเป็นที่นิยมกันอย่างมากในปัจจุบัน ด้วยการลงทุนที่น้อยแต่สามารถทำการตลาดได้ในวงกว้างและค่อนข้างเจาะเข้ากลุ่มเป้าหมายผู้ที่สนใจจะซื้อ-ขาย อสังหาฯได้เป็นอย่างดี ซึ่งเว็บไซต์หลักๆ ที่เป็นสื่อกลางในการซื้อ – ขาย อสังหาฯในประเทศไทยที่เรารู้จักกันดี เช่น DDproperty , interhome , poolprop ซึ่งค่าใช้จ่ายในการลงประกาศส่วนใหญ่จะมีเรทค่อนข้างต่ำ ประมาณ 100-300 บาท/เดือน หลายเว็บก็ให้ลงประกาศฟรี โดยเว็บหลักมีอยู่ไม่มาก

 

  • การตลาดแบบออฟไลน์ (offline marketing)

การตลาดยอดนิยมในอดีตที่คุ้นตากันดีคือติดป้ายประกาศขายบ้าน ลงประกาศตามหนังสือพิมพ์หรือนิตยสารอสังหาริมทรัพย์ต่างๆ ในปัจจุบันแม้การตลาดแบบออฟไลน์จะได้รับความนิยมน้อยลงเพราะกลุ่มตลาดผู้ซื้อหันไปมองหาบ้านตามสื่อออนไลน์ แต่เรื่องของต้นทุนยังคงสูงมากเมื่อเปรียบเทียบกับสื่อออน์ไลน์ จึงไม่แปลกที่คนรุ่นใหม่หันมาทำการตลาดแบบออน์ไลน์กันมากขึ้น

 

                โดยปกติการตลาดแบบออฟไลน์นั้น จะทำกันในละแวกใกล้เคียงอสังหาที่จะปล่อยขาย เช่น การติดป้ายประกาศ ตามเสาไฟฟ้าข้างทาง หรือถนนตามเส้นที่สามารถดินทางมายังบ้านได้ หรือหน้าบ้านที่ประกาศ ซึ่งราคาต้นทุนป้ายไวนิลส่วนใหญ่จะตกอยู่ที่ประมาณ ตร.ม. ละไม่เกิน 200 บาท และในส่วนของค่าใช้จ่ายการลงประกาศขายตาม Magazine ส่วนใหญ่จะเสียค่าใช้จ่ายอยู่ที่ประมาณ 5,000 – 10,000 บาท/เดือน เป็นต้น

 

3. เปิดบ้านให้ผู้สนใจเข้าชม นำเสนอบ้านและต่อรองราคาซื้อขาย

                เมื่อลงประกาศขายตามสื่อต่างๆและมีผู้สนใจติดต่อมาก็จะมีการนัดเข้าชมบ้าน นายหน้าจะเป็นตัวแทนในการอำนวยความสะดวก ทำการนัดหมายและขออนุญาตเจ้าของบ้านเพื่อเปิดบ้านพาผู้ที่สนใจเข้าชมพร้อมกับอธิบายรายละเอียดข้อมูลของตัวบ้าน เพื่อประกอบการพิจารณาของผู้ที่สนใจในการตัดสินใจจะซื้อบ้าน ทั้งนี้ในการให้ชมบ้าน คุณควรจะให้คำแนะนำกับนายหน้าว่าควรนำเสนอในส่วนไหนบ้าง เพราะไม่มีใครที่จะเข้าใจบ้านของคุณได้ดีกว่าตัวคุณเอง

                หากผู้ที่มาชมสนใจจะซื้อก็ต้องมีการต่อรองต่างๆ นายหน้าจะทำหน้าที่เป็นสื่อกลางการต่อรองระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายเรารู้ดีว่าแต่ละคนมีอำนาจการต่อรองไม่เท่ากัน ฉะนั้นคุณควรมีการตกลงเรื่องราคาซื้อ-ขายที่แน่นอนกับนายหน้าตั้งแต่แรกและกำหนดขอบเขตการต่อรองไว้คร่าวๆ

 

4.การประสานงานและจัดเตรียมเอกสาร

                ในการซื้อ-ขายตั้งแรกเริ่มต้นจนเสร็จสิ้นสมบูรณ์นั้น ต้องผ่านกระบวนการต่างๆ และจัดแจงเอกสารที่จะต้องใช้ในการจองและการทำสัญญา ประสานงานเรื่องต่างๆให้เป็นไปตามข้อตกลงเพื่อให้ทั้งสองฝ่ายพร้อมก่อนโอนกรรมสิทธิ์

                เมื่อผู้สนใจจะซื้อบ้านต้องมีการทำ ใบจอง จากนั้นไม่นานจะมีการทำสัญญาจะซื้อจะขาย โดยผู้จะซื้อนั้นอาจนำสัญญาตัวนี้ไปยื่นขอสินเชื่อกับสถานบันการเงินต่างๆได้ในกรณีผู้ซื้อต้องการกู้บ้าน ซึ่งนายหน้าจะช่วยผู้ซื้อประสานงานกับสถานบันการเงินเกี่ยวกับเรื่องการกู้ เพื่อให้การซื้ออสังหาฯเป็นไปอย่างราบรื่น

 

5.เตรียมตัวก่อนโอนกรรมสิทธิ์

                เมื่อข้อตกลงต่างๆและการประสานงานผ่านไปก็จะมีการนัดวันโอนกรรมสิทธิ์ ณ กรมที่ดิน นายหน้าหรือตัวแทนฯ จะช่วยเหลือผู้ขายในเรื่องการจัดเตรียมเอกสารต่างๆ และตรวจสอบถึงความถูกต้องของรายละเอียดและข้อตกลงของทั้งสองฝ่าย ว่าเป็นไปตามเงื่อนไขต่างๆที่ระบุไว้ในสัญญาหรือไม่ จากนั้นจะช่วยเหลือในเรื่องของการประสานงานกับเจ้าหน้าที่เรื่องการโอนกรรมสิทธิ์ ตลอดจนการซื้อ-ขายเสร็จสิ้นสมบูรณ์ ซึ่งทุกขั้นตอน ณ กรมที่ดิน คุณจะต้องไปดำเนินการเองทั้งหมด นายหน้าเพียงจะช่วยแนะนำและจัดเตรียมเอกสารบางส่วนเท่านั้น หรือคุณจะมอบอำนาจไปก็ได้

 

ค่าคอมมิชชั่นสำหรับนายหน้าและตัวแทนอสังหาฯ

                โดยทั่วไปในกรุงเทพฯ ค่าตอบแทนที่นายหน้าจะได้รับอยู่ที่ 3% แล้วแต่ข้อตกลงที่ได้ระบุกันได้สัญญาฯ ตัวอย่าง หากขายบ้านในราคา ล้านบาท นายหน้าจะได้รับค่าตอบแทน 3% ของราคาขาย ซึ่งเท่ากับจำนวนเงิน 90,000 บาท เป็นต้น

 

                เมื่อคุณทราบเกี่ยวกับขั้นตอนกระบวนการซื้อ-ขายต่างๆ ตั้งแต่แรกเริ่มจนเสร็จสมบูรณ์ โดยรู้สึกว่าไม่ใช่เรื่องที่ยากเกินความสามารถและคุณก็ทำเองได้ทั้งหมด ขอเพียงแค่ทำความเข้าใจและเตรียมเอกสารให้พร้อมเท่านั้น ซึ่งทาง Mespace เราพร้อมให้คำปรึกษาและการช่วยเหลือที่ดีจากทีมงานมืออาชีพ ในค่าใช้จ่ายที่ตายตัว No commission และพร้อมเคียงข้างคุณไปทุกๆขั้นตอนการดำเนินงานจนคุณสามารถขายอสังหาฯ ได้สำเร็จ ซึ่งคุณสามารถศึกษารายละเอียดขั้นตอนการซื้อ-ขายได้ที่ ศึกษาเพิ่มเติมขั้นตอนขาย

 

 



Get Updates