ค้นหาซื้อ/เช่า 098 787 9265
Back to Advice

“สัญญาจอง” ด่านแรกของการซื้อ-ขายอสังหาฯ

สัญญาจอง หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่าสัญญาจองซื้อสัญญาตัวแรกที่ผู้ซื้อและผู้ขายทุกคนจะต้องทำความรู้จักและต้องทำความเข้าใจถึงความจำเป็นของการทำสัญญานี้เพื่อนำไปสู่กระบวนการขั้นตอนต่อไปของการซื้อ-ขายอสังหาฯ โดยสัญญาจองจะเกิดขึ้นเมื่อผู้ซื้อมีความพึงพอใจในทรัพย์สินของผู้ขายที่เสนอขาย

                จากนั้นจะมีการระบุข้อตกลงร่วมกันว่าจะมีการซื้อ– ขายเกิดขึ้นจริง ทันทีที่มีการตกลงระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขายจำเป็นต้องทำการสรุปเป็นลายลักษณ์อักษร เรียกว่า ใบจอง พร้อมชำระเงินค่าจอง ตามที่ได้ระบุในสัญญาและแนบหลักฐานยืนยันตัวตน เช่น สำเนาบัตรประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านของทั้งสองฝ่ายเพื่อปกป้องสิทธิข้อตกลงในระยะเวลาที่กำหนดก่อนที่จะทำสัญญาอื่นต่อไปโดยใบจองนั้นจะไม่มีแบบฟอร์มตายตัว แต่หลักๆแล้วหัวข้อที่ควรระบุไว้ในใบจองจะต้องมีดังนี้

 

1.ชื่อ – นามสกุล ที่อยู่และเบอร์ติดต่อของผู้จะซื้อ

                ในสัญญาจองผู้จะซื้อต้องกรอกรายละเอียดทั้งชื่อ-นามสกุล เลขที่บัตรประชาชนและที่อยู่ปัจจุบันของตนเองพร้อมเบอร์ติดต่อเพื่อสะดวกต่อการติดต่อและเป็นการยืนยันตัวตนกับผู้จะขาย

 

2.ที่อยู่และลักษณะของอสังหาริมทรัพย์ที่จะทำการซื้อ– ขาย พร้อมรายละเอียดของเจ้าของทรัพย์

                การระบุถึงรายละเอียดของอสังหาฯที่จะทำการซื้อ-ขายอย่างละเอียดเช่น พื้นที่ที่ดิน ที่ตั้ง บ้านเลขที่ เลขที่แปลง(สำหรับโครงการ) ถือเป็นการปกป้องสิทธิของผู้จะซื้อว่าจะได้รับทรัพย์ที่ถูกต้องตามที่ได้ตกลงกันไว้ โดยมีการระบุรายละเอียดของผู้จะขายไว้ด้วย (เจ้าของทรัพย์)

 

3.ระบุราคาที่ตกลงจะซื้อขายและจำนวนเงินจอง

                รายละเอียดของการชำระเงินและราคาซื้อขายนั้นจะมีการระบุลงในคู่สัญญาอย่างชัดเจนว่าระบุจำนวนราคาจริงของทรัพย์ที่จะทำการซื้อ-ขาย โดยระบุเป็นตัวเลขและตัวอักษรพร้อมชี้แจงอย่างละเอียด

-   ระบุจำนวนเงินที่วางมัดจำแจ้งชำระด้วยเงินสดหรือเช็คธนาคาร (ระบุธนาคาร สาขา เลขที่เช็ควันที่และจำนวนเงินที่สั่งจ่าย)

 

4.ข้อกำหนดเรื่องระยะเวลาในการทำสัญญาจะซื้อจะขายและข้อตกลงหากมีการผิดสัญญา

                ระบุข้อกำหนดเรื่องระยะเวลาในการทำสัญญาว่าจะมีการนัดทำสัญญาจะซื้อจะขายภายหลังจากที่ได้ทำสัญญาจองไปแล้วภายในกี่วันพร้อมกำหนดวันที่นัดทำสัญญาจะซื้อจะขายไว้อย่างละเอียดรวมถึงรับทราบข้อตกลงหากมีการผิดสัญญา ตัวอย่างเช่น หากผู้จะซื้อผิดสัญญาผู้จะขายสามารถริบเงินค่ามัดจำและปล่อยทรัพย์ขายให้แก่ผู้อื่นได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ผู้จองทราบ

 

5.ข้อตกลงที่เกี่ยวกับการซื้อ-ขายอื่นๆอาทิเช่น ของที่มากับตัวบ้าน เฟอร์นิเจอร์ รวมถึงข้อตกลงเรื่องค่าใช้จ่ายในวันโอน เป็นต้น

                สัญญาจองเพื่อการซื้อ-ขายสำหรับบ้านมือสองนั้น อาจจะมีการระบุถึงรายละเอียดของทรัพย์สินภายในอสังหาฯที่ได้มาพร้อมกับอสังหาริมทรัพย์ หลังจากที่ได้ทำการซื้อ-ขายและโอนกรรมสิทธิ์เสร็จสิ้นแล้ว ผู้ซื้อมีสิทธิในทรัพย์สินที่มาพร้อมกับตัวบ้านทาวน์เฮาส์ คอนโดไม่ว่าจะเป็นเฟอร์นิเจอร์หรืออุปกรณ์เครื่องใช้ภายในอสังหาฯดังกล่าว

               

เมื่อทำการจองอย่างเสร็จสมบูรณ์และชำระเงินจองเรียบร้อยแล้วผู้ซื้อและผู้ขายมีสิทธิและข้อปฏิบัติคร่าวๆ ดังนี้

1.ผู้ซื้อต้องมาทำสัญญาจะซื้อจะขายภายในระยะเวลาที่กำหนดในใบจอง และมีสิทธิที่จะเรียกเงินจองคืนหากผู้ขายนั้นผิดสัญญา ขายทรัพย์ให้แก่ผู้อื่นก่อนถึงกำหนดในการทำสัญญาส่วนในกรณีหากผู้ซื้อได้ชำระเงินจองไปแล้ว แต่ยื่นกู้กับสถาบันการเงินไม่ผ่านจะต้องพิจารณาจากข้อตกลงกับผู้ขายที่ระบุไว้ในใบจอง ดังนั้นหากมีข้อกังวลเรื่องใดควรมีการสรุปข้อตกลงไว้ในใบจองแต่แรก เพื่อปกป้องสิทธิต่างๆของตนเองและเลี่ยงข้อพิพาทที่อาจจะเกิดขึ้นได้ภายหลัง

2.ผู้ขายไม่สามารถขายอสังหาฯ ดังกล่าวให้กับผู้อื่นได้อีกในระยะเวลาตามที่กำหนด แต่หากผู้ซื้อผิดข้อตกลงไม่มาทำสัญญาฯผู้ขายสามารถริบเงินจองนั้นเสียและสามารถปล่อยทรัพย์ขายให้แก่ผู้อื่นได้หลังระยะเวลาที่ระบุไว้ในใบจอง

 

Download: สัญญาจอง




Get Updates