ค้นหาซื้อ/เช่า 098 787 9265
Back to Advice

“ใบปลอดภาระหนี้” เอกสารจำเป็นสำหรับขายคอนโดมือสอง

เมื่อพูดถึงค่านิยมที่ยังคงมาแรง เรื่องของการเลือกซื้อที่อยู่อาศัยในปัจจุบัน แทบจะปฏิเสธไม่ได้เลยกับความต้องการด้านอสังหาริมทรัพย์แนวสูงอย่างคอนโดและอาคารห้องชุดในกรุงเทพฯ คงยังเป็นที่ต้องการของคนรุ่นใหม่และวัยทำงานอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะพื้นที่ในแนวรถไฟฟ้าทั้ง BTS และ MRT ที่ยังมีดีมานด์สูง สำหรับผู้บริโภคที่เน้นการเดินทางที่สะดวกรวดเร็วและนักลงทุนด้านอสังหาฯที่หวังผลตอบแทนทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ทำให้ตลาดอสังหาฯแนวสูงมีการพัฒนาเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง

แต่ด้วยเศรษฐกิจที่ผันผวนอยู่ตลอดเวลา อาจทำให้เจ้าของบางรายที่ผ่อนชำระกับทางสถาบันการเงินต่างๆประสบกับปัญหาสภาพคล่องในการชำระค่างวด จนต้องหาทางปล่อยขายอสังหาฯ เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกยึดเป็นการรักษาเครดิตให้กับตนเอง ซึ่งบางท่านอาจจะยังไม่ทราบถึงขั้นตอนต่างๆ ในการซื้อ-ขายอสังหาฯแนวสูง ที่มีรายละเอียดและขั้นตอนง่ายๆแต่ต้องอาศัยความเข้าใจเบื้องต้น ดังนี้



เมื่อมีการซื้อ-ขายคอนโดมือสองเกิดขึ้น หลังจากที่ทั้งสองฝ่ายได้ทำสัญญาจะซื้อจะขายกันเรียบร้อยแล้ว เจ้าของอสังหาฯหรือผู้จะขาย จำเป็นต้องไปติดต่อกับทางนิติบุคคลของอาคารชุดนั้นๆ เพื่อตรวจสอบและชำระหนี้คงค้าง เช่น ค่าน้ำ ค่าส่วนกลาง และกรอกแบบฟอร์มเพื่อขอใบปลอดภาระหนี้ ซึ่งถือเป็นเอกสารสำคัญในการประกอบการโอนกรรมสิทธิ์ ณ กรมที่ดิน ซึ่งการขอใบปลอดภาระหนี้ต้องเตรียมเอกสารต่างๆ เพื่อไปยื่นกับทางนิติบุคคล ดังนี้

1. สำเนาสัญญาจะซื้อจะขายที่ผู้จะขาย(เจ้าของอสังหาฯ) ได้ทำกับผู้จะซื้อ
2. สำเนาบัตรประชาชนเพื่อยืนยันตัวตนของผู้จะซื้อและผู้จะขาย (เจ้าของอสังหาฯ)
3. สำเนาโฉนดอาคารห้องชุด (พร้อมเซ็นหน้า-หลัง)


หลังจากที่ชำระหนี้คงค้างต่างๆและกรอกแบบฟอร์มขอใบปลอดภาระหนี้พร้อมยื่นเอกสารครบถ้วนแล้ว ทางนิติบุคคลจะติดต่อเจ้าของอสังหาฯกลับ ภายในระยะเวลาไม่เกิน 15 วัน เพื่อออกใบปลอดภาระหนี้ให้ หลังจากได้ใบปลอดภาระหนี้เรียบร้อยแล้ว ผู้ขาย(เจ้าของอสังหาฯ) สามารถนำเอกสารฉบับนี้ไปใช้ประกอบเรื่องการโอนกรรมสิทธิ์ ณ กรมที่ดินได้ตามปกติ  

Get Updates